Friday, April 8, 2011

King of the Semi-Auto Cartridges


King of the Semi-Auto Cartridges


ในสมัยก่อนนั้นกระสุนขนาด .45 นิ้ว มีให้เลือกใช้อยู่เพียงแค่ไม่กี่แบบ เช่น กระสุนหัวกลม (Hardball) ซึ่งอาจหาซื้อได้หรือทำขึ้นใช้เอง ปัญหาของกระสุน Hardball ก็คือ อำนาจทะลุทะลวงที่มากเกินไป แต่ปัจจุบันนี้มีการออกแบบกระสุนที่หลากหลายขึ้นและเหมาะแก่การใช้เพื่อป้องกันตัวอย่างยิ่ง


กระสุน .45 ACP หัวรู (Hollowpoint) ซึ่งผลิตจากโรงงานที่มีมาตรฐาน มีตั้งแต่หัวกระสุนขนาด 185, 200, 230 เกรน กระสุนเหล่านี้หลายรุ่นมีอำนาจหยุดยั้ง (Stopping power) อยู่ในอันดับต้นๆของตารางเปรียบเทียบอำนาจหยุดยั้งของกระสุน


ในแง่ของการป้องกันตัวนั้นอาจแบ่งปืนสั้นกึ่งอัตโนมัติออกได้เป็น 2 กลุ่ม คือ ปืนรุ่น 1911 กับ ปืนแบบอื่นๆ โดยปืนรุ่น 1911 นั้นส่วนใหญ่มักใช้กับกระสุน .45 ACP แต่ก็มีบางรุ่นที่ผลิตเพื่อใช้กับกระสุนขนาดอื่นๆ เช่น 9 ม.ม., 10 ม.ม., .38 Super เป็นต้น เป็นที่รู้กันว่ากระสุนปืน .45 ACP นั้นเก่าแก่กว่าปืนรุ่น 1911 แต่กระสุนแบบนี้ก็ยังคงยืนหยัดเป็นอันดับหนึ่งอยู่ได้


ในแง่ของอำนาจหยุดยั้งนั้นถึงแม้จะมีคู่แข่งที่สูสี อาทิเช่น กระสุน .357 Magnum, .40 S&W แต่กระสุน .45 ACP ก็ยังคงได้รับการยอมรับว่าเป็น King of the Semi-Auto Cartridges


ถึงแม้ปัจจุบันนี้ทหารและเจ้าหน้าที่ตำราจส่วนใหญ่ใช้กระสุนปืนขนาด 9 ม.ม. แต่ปืนรุ่น 1911 ที่ใช้กระสุน .45 ACP นั้น ยังมีหน่วยปฏิบัติการพิเศษของสหรัฐหลายหน่วยยังคงใช้เป็นหนึ่งในอาวุธประจำกายทั้งในสงครามอีรักและอัฟกานิสถาน


ปัจจุบันนี้มีแนวความคิดว่าปืนสั้นกึ่งอัตโนมัติแบบ Double action มีความปลอดภัยในการพกพาและใช้งานกว่าปืน Single action ทั้งๆที่เมื่อหนึ่งร้อยกว่าปีก่อนปืนรุ่น 1911 ซึ่งเป็น Single action เป็นที่ยอมรับว่ามีความปลอดภัยสูงในการพกพาและใช้งานได้ดีแม้อยู่บนหลังม้าก็ตาม


สำหรับนาย John Taffin แล้ว เขาชอบปืน Double action ชอบปืนโครงโพลิเมอร์เช่นกัน และเขามีปืนเหล่านี้หลายกระบอกทีเดียว แต่สำหรับปืนประจำกายแล้วเขาก็ยังคงเลือกใช้ปืนรุ่น 1911 ที่ใช้กระสุน .45 ACP อยู่นั้นเอง


สุดท้ายนี้ทุกครั้งที่จับปืนขอให้มี “สติ”

                                                                                                เรียบเรียงโดย Batman


          อ้างอิงเนื้อหาบางส่วนจากบทความเรื่อง America’s Pistol: The 1911 turns 100 ของนาย John Taffin

Thursday, March 31, 2011

Reload equipments for Revolvers

Reload equipments for Revolvers



เป็นที่ยอมรับกันว่าปืนลูกโม่ที่ใช้งานกันทั่วไป เช่น .38 Special, .357 Magnum นั้นมีข้อเสียเปรียบปืนสั้นกึ่งอัตโนมัติอย่างหนึ่งก็คือ จำนวนกระสุนที่บรรจุได้ เพราะปืนลูกโม่มักสามารถบรรจุกระสุนได้เพียง 5 หรือ 6 นัด เป็นส่วนใหญ่ขึ้นกับโครงปืนว่าใหญ่หรือเล็กแค่ไหน (มีบางรุ่นที่อาจบรรจุได้ถึง 8 นัด แต่โครงปืนใหญ่มากและไม่นิยม)


ถึงแม้การบรรจุกระสุนด้วยมือเปล่านั้นเป็นพื้นฐานที่ต้องฝึกฝนให้ชำนาญ แต่ก็มีอุปกรณ์ช่วยบรรจุซึ่งสามารถทำให้การบรรจุกระสุนในปืนลูกโม่นั้นทำได้ง่ายและรวดเร็ว


- Speed loader เป็นอุปกรณ์ที่นิยมมากสำหรับผู้ชื่นชอบปืนลูกโม่ เพราะมีขนาดเล็กใช้งานง่าย โดยเลือกขนาดของ Speed loader ให้เหมาะกับโครงปืนที่จะนำไปใช้ เมื่อยิงปืนจนกระสุนหมดและคัดปลอกกระสุนออกแล้วก็ให้ใช้ Speed loader บรรจุกระสุนชุดใหม่เข้าไป โดยหมุนปุ่มที่ก้นของ loader เล็กน้อยจะเป็นการคลายตัวหนีบกระสุน ทำให้กระสุนไหลเข้าสู่โม่อย่างง่ายดาย


- Jet loader นิยมใช้ในการแข่งขันยิงปืนแต่ก็สามารถนำมาใช้งานตามปกติได้ด้วย Jet loader มักมีขนาดใหญ่กว่า Speed loader (มีบางรุ่นที่มีขนาดใกล้เคียงกับ Speed loader) เนื่องจากมีสปริงอยู่ที่ด้ามจับ เวลาบรรจุกระสุนเมื่อจ่อกระสุนเข้าที่รูทั้งหมดของโม่แล้วก็ทำการตบไปที่ปุ่มท้าย loader จะเป็นการปลดสปริงและตัวยึดกระสุน แรงดีดของสปริงจะดันกระสุนเข้าโม่อย่างรวดเร็ว


- Speed strip เป็นแผ่นยางตรงแข็งแต่งอได้มีหลุมสำหรับวางกระสุนปืนและหนีบจานท้ายกระสุนไว้ Speed strip เนื่องจากเป็นแผ่นตรงไม่นูนกลมเห็นได้เด่นชัดเหมือน loader ที่กล่าวมาก่อนหน้านี้ จึงเหมาะแก่การพกซ่อนและเสียพื้นที่ในการพกพากระสุนน้อยกว่า เวลาใช้งานก็วางนิ้วชี้มือขวา (ถนัดมือขวา) ไว้ตลอดแนวยาวของ strip ด้านหลัง ให้บรรจุทีละสองนัดเข้ารังเพลิงโดยจ่อกระสุนที่ท้ายรังเพลิงในโม่ แล้วดัน strip ให้งอไปทางปลายนิ้วชี้ จะทำให้กระสุนหลุดออกจากหลุมของ strip ไหลเข้าโม่ได้



- Full moon / Half moon clip ปืนลูกโม่บางรุ่นถูกออกแบบมาให้บรรจุกระสุนด้วย clip พิเศษ โดย Full moon clip นั้นจะมีแผ่นเหล็กบรรจุกระสุนครบรอบวงของโม่ แต่ Half moon clip จะใช้แผ่นเหล็กสองแผ่นเพื่อบรรจุกระสุนให้ครบวงของโม่ เราต้องเตรียมบรรจุกระสุนใส่ใน clip ไว้ก่อน เมื่อยิงปืนจนครบทุกนัดก็ให้คัดปลอกกระสุนออก (ปลอกกระสุนเปล่าก็ติดอยู่กับ clip ดังนั้นทั้งปลอกและ clip จะหลุดออกไปพร้อมกัน) หลังจากนั้นก็หยิบ clip ใหม่ซึ่งมีกระสุนติดอยู่ใส่กลับเข้าไปในโม่ ปิดโม่แล้วทำการยิงต่อได้


หลายคนที่ใช้ปืนสั้นกึ่งอัตโนมัติอาจคิดว่า ปืนของตนนั้นเพียงแค่เปลี่ยนซองกระสุนไม่กี่วินาทีก็สามารถทำการยิงต่อเนื่องได้แล้ว ไม่เสียเวลามากเหมือนปืนลูกโม่ที่ต้องนั่งบรรจุกระสุนทีละนัดหรือสองนัดเข้ารังเพลิงด้วยมือ สิ่งนี้จะเป็นจริงได้ก็ต่อเมื่อเราได้บรรจุกระสุนใส่ในซองกระสุนเตรียมไว้ก่อนแล้วเท่านั้น เพราะไม่เช่นนั้นหากต้องมาบรรจุกระสุนใส่ในซองกระสุนทีละนัดแล้วค่อยใส่ในตัวปืนคงเสียเวลามากกว่าปืนลูกโม่ที่บรรจุด้วยมือเป็นแน่ ในขณะเดียวกันหากผู้ที่ใช้ปืนลูกโม่ได้เตรียมอุปกรณ์ช่วยบรรจุดังกล่าวไว้แล้ว ระยะเวลาในการบรรจุกระสุนใหม่ก็ไม่ได้นานไปกว่าปืนสั้นกึ่งอัตโนมัติแต่อย่างใด


อุปกรณ์ช่วยบรรจุทั้งหลายต่างก็มีทั้งข้อดี ข้อด้อยแตกต่างกัน ควรเลือกใช้ให้เหมาะสมกับการใช้งานและความถนัดของเรา


ผู้ที่ใช้ปืนลูกโม่จำเป็นอย่างยิ่งที่จะต้องฝึกการบรรจุกระสุนไม่ว่าจะด้วยมือเปล่า หรือใช้อุปกรณ์ช่วยบรรจุเพื่อให้เกิดทักษะความชำนาญ


สุดท้ายนี้ทุกครั้งที่จับปืนขอให้มี “สติ”



เรียบเรียงโดย Batman

Thursday, March 24, 2011

Glock


Glock


หากย้อนกลับไปในช่วงกลางปี ค.ศ. 1980s ตำนานปืน Glock ได้ถือกำเนิดขึ้น สร้างความแตกต่างจากปืนมาตรฐานในขณะนั้น ปลุกกระแสปืนโครงโพลิเมอร์ไปทั่วโลก


นาย Chuck Taylor (เจ้าของ Chuck Taylor’s American Small Arm Academy หรือ CTASAA) พบว่าตลอดระยะเวลาที่เขาเป็นครูสอนยิงปืนมาหลายปี นักเรียนที่ใช้ปืน Glock เพิ่มมากขึ้นตลอดเวลาอย่างเห็นได้ชัด มากกว่า 70 เปอร์เซ็นต์ ของนักเรียนของเขาจะมีปืน Glock ไม่รุ่นใดก็รุ่นหนึ่ง


แต่ก่อนนั้นปืนรุ่น 1911 สามารถพบเห็นได้มากที่สุด แต่ปัจจุบันนี้มันได้กลายเป็นอดีตไปแล้ว ปืน Glock เป็นอนาคตของปืนสั้นกึ่งอัตโนมัติ


Glock เป็นปืนที่ถูกออกแบบครั้งแรกด้วยแนวคิดใหม่อย่างชาญฉลาดในช่วงปี ค.ศ. 1930s แต่ไม่ได้รับความนิยม เพราะต้องฝ่ากระแสความเคยชินในการพกปืนสั้นกึ่งอัตโนมัติ Single action แบบ Condition 1 (Cocked & Locked) ซึ่งนิยมมากในสมัยนั้น ในที่สุด Glock ก็สามารถพิสูจน์ตัวเองได้ถึงประสิทธิภาพของมันและเป็นที่ยอมรับของวงการปืนทั่วโลก ในอเมริกาตำรวจมากกว่า 70 เปอร์เซ็นต์ ใช้ปืน Glock


ปืน Glock นั้นใช้งานง่าย มีความแม่นยำ กลไกทำงานของปืนมีความน่าเชื่อถือสูง สามารถบรรจุกระสุนได้มากและทำความสะอาดปืนก็ง่ายเช่นกัน


ในการฝึกใช้ปืน Glock นั้น จะต้องมีเป้าหมายอยู่ที่การดึงศักยภาพของปืนออกมาให้ได้จนถึงขีดสุด ซึ่งต้องอาศัยศูนย์ฝึกอบรมยิงปืนที่ดี จำเป็นต้องสอนพื้นฐานการยิงปืนทั่วไป วิธีการซึ่งสามารถทำให้ยิงได้อย่างแม่นยำมากขึ้น และเพิ่มพูนความรู้ด้วยการยิงปืนที่ไม่หยุดนิ่งอยู่กับที่ เช่น การเคลื่อนที่ยิง การยิงหลังที่กำบัง และสอนวิธีการแก้ไขเหตุติดขัดของปืนด้วย โดยอยู่บนพื้นฐานของหลักการใช้ปืนเพื่อป้องกันตัวเองเท่านั้น


ส่วนการฝึกอบรมยิงปืนในขั้นสูง (Advanced training) นั้น นอกจากฝึกการยิงปืนพื้นฐานให้ดีแล้วยังต้องรวมไปถึงการใช้ความคิดและการตัดสินใจในภาวะความกดดันสูงด้วย ปืน Glock เป็นปืนที่มีความน่าเชื้อถือในการทำงานสูง ดังนั้นเราจึงใส่ใจแต่เฉพาะการปฏิบัติหน้าที่ต่อสถานการณ์เบื้องหน้าก็พอ

TAS สอนการยิงปืนเพื่อป้องกันชีวิตและทรัพย์สินภายใต้ขอบเขตของกฎหมาย โดยครอบคลุมเนื้อหาตั้งแต่พื้นฐานไปจนถึงระดับสูง


สุดท้ายนี้ทุกครั้งที่จับปืนขอให้มี “สติ”
                                                                                                            เรียบเรียงโดย Batman
อ้างอิงเนื้อหาบางส่วนจากบทความเรื่อง Advanced Glock Training Techniques ของ Chuck Taylor

Newcastle limousines