How firmly to grasp the gun
เทคนิคการยิงปืนนั้นมีหลากหลาย สิ่งหนึ่งที่ควรตระหนักไว้ก็คือ เทคนิคต่างๆเหล่านั้นเป็นเพียง “เครื่องมือ” ให้เราสามารถส่งกระสุนเข้าสู่เป้าหมายได้เท่านั้น เราต้องปรับเครื่องมือเหล่านี้ให้เหมาะกับตนเองและสถานการณ์
ในการถือปืนสั้นนั้นมีคำถามหนึ่งซึ่งนิยมมาก ก็คือ ควรกำด้ามปืนแน่นแค่ไหน? เป็นเรื่องที่มีการโต้เถียงกันมากในเหล่าผู้เชี่ยวชาญและมีคำแนะนำที่หลากหลาย
ในการแข่งขันยิงเป้าวงกลมดำ 5 นัดใน 10 วินาที (Speed event) หากใช้ปืนที่มีน้ำหนักไก 2.5 ถึง 3 ปอนด์ หรือกว่านั้นเล็กน้อย การกำด้ามปืนหลวมๆก็อาจเป็นทางเลือกที่ดีที่สุด แต่ถ้าคุณยิงปืนกระบอกที่มีแรงถีบมากๆ เช่น .357 Magnum ด้วยปืนที่มีน้ำหนักเบาแต่มีไกปืนเกือบ 12 ปอนด์ และต้องยิงเร็วเช่นนั้น จำเป็นต้องใช้เทคนิคที่แตกต่างออกไป
การกำด้ามหลวมๆอาจเหมาะกับการยิงเป้าหมายระยะไกลเพื่อความแม่นยำ ปรมจารย์ Jeff Cooper ใช้วิธีนี้ เขาแนะนำว่าควรกำด้ามปืนเบาเหมือนกำนกกระจอกอยู่ในมือ ให้กำด้ามปืนแน่นพอที่ปืนจะไม่หลุดมือก็พอ อย่างไรก็ตามปืนที่ Jeff Cooper ใช้นั้นเป็นปืนสั้นกึ่งอัตโนมัติ 1911 Government Model น้ำหนักปืนขณะไม่มีกระสุน 39 ออนส์ โดยมีน้ำหนักไกแค่ 3 ปอนด์เท่านั้น ซึ่งปืนแบบนี้แทบจะไม่มีใช้ในการป้องกันตัวแล้ว
ในกลุ่มที่กำด้ามปืนกลางๆไม่เบาหรือแน่นเกินไป พวกเขาจะกำด้ามปืนแน่นจนมือเริ่มสั่นแล้วคลายออกเล็กน้อย ในการยิงสมัยใหม่หากถือปืนสองมือมักแนะนำให้มือหนึ่งออกแรง 40 เปอร์เซ็นต์ อีกข้างออกแรง 60 เปอร์เซ็นต์ ซึ่งนักยิงปืนระดับแชมป์หลายคนใช้เทคนิคนี้ จุดสำคัญคือ การออกแรงกำด้ามปืนอย่างสม่ำเสมอตลอดเวลา
กลุ่มที่นิยมกำด้ามแน่นๆจะกำด้ามปืนแน่นที่สุดเท่าที่จะทำได้จนมือสั่น เขาให้เหตุผลว่าในภาวะกดดันมีแนวโน้มสูงที่มือจะสั่นอยู่แล้ว เราจึงควรทำตัวให้คุ้นเคยกับมันเสียแต่เน่นๆ อีกทั้งหากคนร้ายพยายามแย่งปืนในมือของคุณ การกำด้ามปืนแน่นสามารถลดโอกาสที่จะถูกแย่งปืนไปได้ นอกจากนั้นในการแข่งขันยิงปืนมีแชมป์โลกที่มีชื่อเสียงคนหนึ่ง คือนาย Rob Leatham เขาจะกำด้ามปืนแน่นที่สุดเท่าที่จะทำได้ และมีแชมป์ยิงปืนระดับโลกอีกหลายคนใช้วิธีนี้เช่นกัน
เทคนิคการกำด้ามปืนมีหลายวิธี แต่ละวิธีเป็นเพียงเครื่องมือ (Tool) ในการที่จะสามารถส่งกระสุนเข้าเป้าหมายได้อย่างแม่นยำ ไม่มีสูตรสำเร็จเพียงสูตรเดียวที่ดีที่สุดสำหรับทุกสถานการณ์และใช้ได้กับทุกคน มีคำกล่าวที่ว่า YMMV หรือ Your Mileage May Vary บ่งบอกว่าคุณต้องเลือกเทคนิคต่างๆเหล่านี้ให้เหมาะกับตัวคุณเอง หรือ เลือกเครื่องมือให้ถูกกับงาน นั่นเอง
การที่เทคนิคหนึ่งเหมาะกับครูฝึกไม่ได้หมายความว่าเหมาะกับลูกศิษย์ทุกคน การเรียนรู้หลายๆเทคนิคทำให้เราสามารถเลือกใช้ให้เหมาะกับตัวเราและสถานการณ์เบื้องหน้าได้
สุดท้ายนี้ทุกครั้งที่จับปืนขอให้มี “สติ”
เรียบเรียงโดย Batman
อ้างอิงเนื้อหาบางส่วนจากบทความเรื่อง Primary Hand Grasp ของ Massad Ayoob
Sunday, May 13, 2012
Sunday, April 29, 2012
Effective Ranges for Shotgun
Effective
Ranges for Shotgun
ปืนลูกซอง (Shotgun)
มีข้อดีที่สำคัญอยู่หลายประการ อาทิเช่น มีคุณสมบัติของปืน Rifle
(ถ้ามีศูนย์ปืน Rifle และใช้กระสุนลูกโดด หรือ
Slug) ทำให้สามารถยิงเป้าหมายในระยะไกลได้
มีโอกาสยิงถูกเป้าหมายได้ง่ายในระยะใกล้ (เมื่อใช้กระสุนลูกปราย หรือ Buckshot) เพราะกระสุนจะกระจายออกเป็นม่านกระสุน (Pattern) ครอบคลุมพื้นที่บริเวณกว้าง
อำนาจหยุดยั้งของกระสุนที่ดีเยี่ยม (โดยเฉพาะกระสุน 27 เม็ด, 9 เม็ด หรือ ลูกโดด)
มีความยืดหยุ่นในการใช้งานสูง เพราะมีกระสุนหรือ Choke ให้เลือกใช้หลายแบบ
จึงสามารถปรับใช้ให้ถูกกับงานได้ง่าย
อย่างไรก็ตามมีข้อจำกัดหลายประการเช่นกัน
เช่น
ปืนลูกซองหลายรุ่นไม่มีศูนย์ไรเฟิ่ลทำให้ขาดความแม่นยำเมื่อยิงเป้าหมายระยะไกลด้วยกระสุนลูกโดด
จึงขาดคุณสมบัติของปืน Rifle ไปอย่างน่าเสียดาย
สามารถบรรจุกระสุนได้น้อย น้ำหนักปืนมากและปืนมีความยาวมากทำให้ขาดความคล้องตัวและใช้งานยากกว่าปืนสั้นทั่วไป
ปืนส่วนใหญ่ไม่มีรางติดอุปกรณ์เสริม เช่น ศูนย์ไฟฉาย ศูนย์เลเซอร์ ยกเว้นบางรุ่น
หรือต้องหามาติดเพิ่มเติม
ปืนลูกซองจะมีระยะซึ่งมีประสิทธิภาพหลายระยะแตกต่างกัน
- ระยะน้อยกว่า 3
ถึง 5 หลา หากยิงด้วยกระสุนลูกปราย กลุ่มกระสุนมักจะยังไม่กระจายตัวออกมากนัก จึงไม่ค่อยแตกต่างจากกระสุนลูกโดด
ไม่ได้ประโยชน์จากการครอบคลุมพื้นที่ของกระสุนลูกปราย
- ระยะ 7 ถึง 20
หลา กระสุนลูกปรายเริ่มกระจายออกเป็นม่านกระสุน เป็นระยะที่มีประสิทธิภาพสูงสุด
ได้ประโยชน์จากการครอบคลุมพื้นที่ของกระสุนลูกปรายที่มีการกระจายตัวอย่างเหมาะสม
- ระยะไกลกว่า 20
หลา หากใช้กระสุนลูกปรายโดยเฉพาะ Buckshot อาจจะยังมีประสิทธิภาพหรือไม่ก็ได้
เพราะม่านกระสุนกระจัดกระจายห่างกันมากเกินไป อาจพบรูปแบบหนึ่งซึ่งเรียกว่า Donut
effect (มีกระสุนอยู่ตรงกลาง 1 นัด และกระสุนที่เหลือกระจายอยู่ขอบๆเป็นวงคล้ายโดนัท)
เป็นระยะที่ควรใช้กระสุนลูกโดดมากกว่า (ความแม่นยำอาจไกล 50 ถึง 100 หลา
ขึ้นกับความยาวลำกล้องปืน ศูนย์ปืนและทักษะของผู้ทำการยิง)
จึงเป็นระยะที่ควรใช้ศูนย์ปืนไรเฟิ่ลอย่างยิ่ง
ระยะดังกล่าวข้างต้นอาจแตกต่างกันได้ขึ้นกับปืนลูกซองแต่ละแบบแต่ละกระบอกและขึ้นกับกระสุนที่ใช้ด้วย
ดังนั้นจึงควรยิงทดสอบปืนลูกซองของตนเองโดยใช้กระสุนลูกปรายและลูกโดดที่เราจะใช้งานจริงในระยะต่างๆ
เพื่อให้รู้รูปแบบการกระจายตัวของกระสุน (Pattern)
ทำให้รู้ว่าปืนของเรามีระยะซึ่งมีประสิทธิภาพสูงสุดอยู่ที่เท่าใด
เป็นการเรียนรู้ข้อดี-ข้อจำกัดของปืนที่ใช้งาน
ทำให้สามารถเลือกกระสุนและระยะยิงที่เหมาะสมได้
สุดท้ายนี้ทุกครั้งที่จับปืนขอให้มี
“สติ”
เรียบเรียงโดย
Batman
อ้างอิงเนื้อหาบางส่วนจาก
Tactical Shotgun for Self-defense ของ Gunsite
Training Center
Saturday, March 31, 2012
All-ladies Classes
All-ladies Classes
นาง Heidi Smith เป็นภรรยาของนาย
Clint Smith ทั้งคู่เป็นครูฝึกยิงปืนที่ศูนย์ฝึกอบรม Thunder Ranch ไม่นานมานี้ได้เปิด หลักสูตรยิงปืนสำหรับผู้หญิงโดยเฉพาะ (All-ladies
Classes)ซึ่งได้รับความนิยมมากขึ้นเรื่อยๆ
เธอเป็นครูฝึกยิงปืนให้กับหลักสูตรยิงปืนสำหรับผู้หญิงทั่วประเทศมานานหลายปีก่อนที่จะแต่งงานกับนาย
Clint Smith เมื่อ 13 ปีก่อนเสียอีก
เป็นที่ยอมรับกันว่าทั้งสามีและภรรยาควรได้รับการฝึกอบรมการใช้อาวุธปืนอย่างถูกวิธี
และมีข้อมูลว่าหลายครั้งคนร้ายบุกรุกเข้าบ้านในขณะที่สามีและภรรยายังอยู่ในบ้าน ดังนั้นทั้งคู่ควรมีการฝึกอบรมการใช้อาวุธปืนร่วมกันในการปกป้องตนเองและสมาชิกในครอบครัว
หากทั้งคู่ไม่เคยฝึกการใช้อาวุธปืนร่วมกันก็เปรียบเสมือนกับการแข่งขันขับรถวิบากทางไกลซึ่งมีเพียงหนึ่งคนที่คาดเข็มขัดนิรภัย
อาจเกิดอุบัติเหตุร้ายแรงได้เสมอหรือไม่สามารถทำภารกิจให้สำเร็จได้
ส่วนใหญ่แล้วผู้หญิงมักจะสนใจเรื่องเกี่ยวกับอาวุธปืนน้อยกว่าผู้ชาย
หลายครั้งภรรยาถูกสามีแนะนำกึ่งบังคับให้มาอบรมการใช้อาวุธปืนตามศูนย์ฝึกอบรมทั่วไป
จากประสบการณ์ของนาง Heidi Smith แล้วพบว่า ลูกศิษย์หลายคนสามารถเห็นถึงประโยชน์ของการฝึกอบรมยิงปืน
นอกจากนั้นก็ยังเต็มไปด้วยความสนุกสนานด้วย
มีอยู่คู่หนึ่งซึ่งภรรยามาเรียนยิงปืนเนื่องจากสามีแนะนำ
ตลอดการฝึกในช่วงแรกเธอไม่แสดงสีหน้าอะไรเลย จนวันสุดท้ายก็เข้ามาสวมกอดนาง Heidi Smith ซึ่งเป็นครูฝึกและกล่าวว่า ตอนนี้เข้าใจแล้วว่าการฝึกยิงปืนมันดีอย่างไรและก็สนุกมาก
ต่อมาเธอกลับมาฝึกอีกหลายครั้งและมาฝึกพร้อมกับสามีด้วย
การมีปืนไว้ในบ้านเพื่อป้องกันตัวและครอบครัวเป็นสิ่งสำคัญที่สมาชิกในครอบครัวควรเรียนรู้การใช้อาวุธปืนนั้นอย่างถูกวิธี
และหากมีโอกาสการฝึกทำงานเป็นทีมทั้งสามีและภรรยาวันหนึ่งอาจสร้างความแตกต่างได้ระหว่างความเป็นและความตายเลยทีเดียว
สุดท้ายนี้ทุกครั้งที่จับปืนขอให้มี
“สติ”
เรียบเรียงโดย
Batman
อ้างอิงเนื้อหาบางส่วนจากบทความเรื่อง I Do and I Don’t: in
Training? ของ Heidi Smith
Subscribe to:
Posts (Atom)












