Friday, September 28, 2012

The Rules for Fighting Zombies



The Rules for Fighting Zombies

เราคงเคยดูภาพยนต์ฝรั่งหลายเรื่องเกี่ยวกับศพเดินได้หรือ Zombie บางเรื่องก็สร้างภาคต่อหลายตอนด้วยความนิยม โดย Zombie เหล่านี้จะยากแก่การต่อกรแม้จะถูกยิงหลายนัดก็ไม่สะทกสะท้าน

ในอเมริกาขณะนี้วงการปืนมีการจำลองเป้าหมายเป็น Zombie แล้วเราต้องทำการยิงศพเดินได้เหล่านี้ ความนิยมถึงกับมีบทความเกี่ยวกับวิธีเผชิญหน้ากับ Zombie เทคนิกการยิงต่อสู้กับผีดิบเดินได้ เป้ากระดาษรูป Zombie มีการผลิตกระสุนและเครื่องมือต่อต้าน Zombie ออกมาขายกันอย่างกว้างขวาง แม้แต่หน่วยงานความมั่นคงแห่งชาติก็ยังมีการพูดถึงหากต้องเผชิญกับโลกที่เต็มไปด้วยศพเดินได้

นาย Clint Smith คิดว่าเรื่องเหล่านี้เพียงเพื่อความสนุกสนานเท่านั้น แต่เมื่อมองให้ลึกๆแล้วมันก็แฝงด้วยเหตุผลบางอย่าง ซึ่งสามารถนำมาปรับใช้กับโลกแห่งความจริงได้

หากเปรียบเทียบ Zombie เป็นคนร้ายที่เข้ามาทำร้ายเรา ซึ่งมักจะเลือกเหยี่อที่อ่อนแอกว่า เช่น สูงอายุ ผู้หญิง เด็ก ร่างกายไม่แข็งแรง หรือบาดเจ็บ เป็นต้น

ดังนั้นหากเรามีความสมบูรณ์แข็งแรงของร่างกายจะเป็นข้อได้เปรียบอย่างหนึ่ง เราลองคิดดูว่าหากเรามีร่างกายที่อ้วนมากและต้องเผชิญกับภัยคุกคามเราจะเอาตัวรอดได้หรือไม่

การยิงซ้ำ (Double tapping) โดยหลักการแล้วการยิงจะหยุดก็ต่อเมื่อคนร้ายได้หมดสภาพของการเป็นภัยคุกคามแล้วเท่านั้น ดังนั้นจำนวนกระสุนที่ยิงอาจมากกว่าหนึ่งนัด

เลือกคู่หูที่มีอาวุธปืนด้วยกัน หากคุณไปกับคู่หูที่รู้ว่าคุณพกปืนแต่ตัวเขาเองไม่ได้พก เมื่อเผชิญเหตุการณ์ร้ายเขาอาจผลักคุณให้ต้องเผชิญหน้ากับภัยคุกคามเพียงลำพัง ดังนั้นการไปกับคู่หูที่มีอาวุธปืนและฝึกฝนด้วยกันก็เป็นความคิดที่ไม่เลว (ในแง่กฏหมายแล้วอเมริกาทำการพกพาอาวุธปืนได้ง่ายกว่าประเทศไทย หากไม่มีเหตุอันควรแล้ว ไม่แนะนำให้พกพาอาวุธปืนติดตัว)

มีคำแนะนำประโยคหนึ่ง คือ “หากรู้สึกไม่แน่ใจ ให้มองหาทางหนีทีไล่ไว้ก่อน” ฝึกให้มีความตระหนักรู้รอบตัว เชื่อมั่นในทักษะและความสามารถของตนเอง อีกทั้ง “อย่าทำตัวเป็นวีรบุรุษ”

สุดท้ายนี้ทุกครั้งที่จับปืนขอให้มี “สติ”

                                                                                                เรียบเรียงโดย Batman
                                                            อ้างอิงเนื้อหาบางส่วนจากบทความเรื่อง Zombies ของ Clint Smith

Thursday, September 6, 2012

An Ultimate Combat Shotgun


An Ultimate Combat Shotgun

ปกติผมไม่ค่อยอยากจะพูดถึงคุณสมบัติของปืนแต่ละกระบอก เพราะมักจะหาอ่านในนิตยสารอาวุธปืนทั่วไปได้ แต่ไม่พูดถึงปืนรุ่นนี้คงจะไม่ได้เพราะมันถือเป็นโฉมใหม่ของปืนลูกซองเลยทีเดียว

ปืนลูกซองที่มีใช้กันในปัจจุบันมีพัฒนาการและเปลี่ยนแปลงไม่มากนัก แต่มีปืนลูกซองอยู่รุ่นหนึ่งซึ่งถือได้ว่าปฏิวัติวงการปืนลูกซองเลยทีเดียว เพราะมันบรรจุไปด้วยคุณสมบัติที่ดีเลิศของปืนลูกซองในอุดมคติ

AA-12 Combat Shotgun เป็นปืนลูกซองอัตโนมัติ (Fully Automatic Shotgun) ที่มีแรงถีบของปืนน้อยมาก ระบบการทำงานที่เชื่อถือได้และทำจากวัสดุซึ่งแทบไม่ต้องทำความสะอาดปืนเลย อีกทั้งไม่เป็นสนิมอย่างแน่นอน

นาย Jerry Baber ชาวอเมริกันใช้เวลากว่า 18 ปีในการพัฒนาปืนรุ่นนี้ ต่อจากแนวคิดของนาย Maxwell Atchisson ตั้งแต่ช่วงสงครามเวียดนามในปี ค.ศ. 1972 (จึงได้อีกชื่อหนึ่งว่าปืน Atchisson Assault Shotgun) และขณะนี้มีใช้กันอยู่เฉพาะในกองทัพสหรัฐอเมริกาเท่านั้น

ปืนนี้สามารถยิงกระสุนลูกซองขนาด 12-gauge ในอัตรา 5 นัดต่อวินาที โดยมีการทำงานที่ราบรื่นไม่มีการติดขัด ระบบการทำงานมีความน่าเชื่อถือสูงมาก ด้วยการออกแบบที่ชาญฉลาดทำให้แรงถีบของปืนน้อยมากจนสามารถยิงปืนในระบบอัตโนมัติโดยถือปืนด้วยมือเดียวได้

ปืนรุ่นนี้ผลิตจากเหล็กสเตนเลสชนิดพิเศษที่ใช้กับยานอวกาศซึ่งสามารถทำความสะอาดตัวเองได้ และสามารถหล่อลื่นตัวเองได้โดยผงคาร์บอนซึ่งเกิดจากกระสุนปืนขณะยิง จากการทดสอบพบว่ายิงปืนนี้จำนวน 9,000 นัดต่อเนื่องโดยไม่ต้องทำความสะอาดหรือต้องหล่อลื่นปืนเลย และไม่พบคราบพลาสติกติดภายในลำกล้องหรือพบเหตุติดขัดของปืนแม้แต่น้อย

ซองกระสุนมีให้เลือกสองแบบ คือ แบบที่บรรจุได้ 8 นัด ซึ่งลักษณะยาวคล้ายกับซองปืนกลทั่วไป และแบบ 20 นัด มีลักษณะกลมคล้ายกับที่ใช้กับปืนกลทอมมี่ในอดีต จึงเรียกว่า 20-rounds tommy gun-style drum อย่างไรก็ตามสามารถยิงหมดได้ภายในเวลาเพียง 4 วินาทีเท่านั้นในโหมดอัตโนมัติ

กระสุนที่ใช้ได้นั้นเป็นขนาด 12 gauge ซึ่งหาซื้อได้ทั่วไป แต่ที่นิยมใช้กับปืนรุ่นนี้ก็เป็น FRAG-12 (เป็นมาตราฐานกระสุนขนาด 12 gauge ยาว 3 นิ้ว ซึ่งสามารถบรรจุหัวกระสุนได้หลายแบบ ไม่ว่าจะเป็นหัวระเบิดแรงสูง หัวระเบิดต่อต้านบุคคลแรงสูง เป็นต้น เป็นหัวกระสุนสมัยใหม่ซึ่งออกแบบมาพิเศษ)

ปืนรุ่นนี้ถูกใช้ในสงครามทั้งอิรักและอัฟกานิสถาน อีกทั้งมีการดัดแปลงติดปืน 2 กระบอกไว้กับพาหนะทางทหารซึ่งสามารถเล็ง เพิ่มประสิทธิภาพและความน่ากลัวได้อย่างมากมาย

นัวตกรรมทางอาวุธที่ถือเป็นการก้าวกระโดดนั้นมีไม่มากนัก ปืนรุ่นนี้ถือเป็นหนึ่งในนั้นและควรจับตามองพัฒนการต่อไปของปืนรูปแบบนี้

สุดท้ายนี้ทุกครั้งที่จับปืนขอให้มี “สติ”

                                                                                                            เรียบเรียงโดย Batman
                                                                        อ้างอิงเนื้อหาบางส่วนจากบทความเรื่อง AA-12 Combat Shotgun ของ Loz Blain

Sunday, August 12, 2012

Ammunition Management Techniques


Ammunition Management Techniques

การยิงปืนต่อสู้ป้องกันตัวสิ่งหนึ่งที่ทุกคนอยากให้มีในปืนของเราก็คือ การที่มีกระสุนบรรจุอยู่พร้อมใช้งานให้มากที่สุดตลอดเวลา แน่นอนว่าเมื่อยิงปืนไปแต่ละนัดย่อมทำให้กระสุนปืนลดน้อยลงไปเรื่อยๆ แต่ก็มีเทคนิคบริหารกระสุนปืนขณะยิงที่จะทำให้มีกระสุนพร้อมใช้มากที่สุดเท่าที่จะทำได้

สำหรับปืนสั้นกึ่งอัตโนมัติซึ่งปกติก็สามารถบรรจุกระสุนได้มากอยู่แล้ว แต่ขณะเผชิญภัยคุกคามร้ายแรงซึ่งมีอาวุธปืนเข้าไปเกี่ยวข้อง โดยส่วนใหญ่แล้วเราจะไม่รอให้ยิงจนกระสุนหมดแม็กกาซีนสไลด์ค้างแล้วค่อยเปลี่ยนซองกระสุน ที่เราเรียกว่า Emergency Reload หรือ Speed Reload

ผู้เชี่ยวชาญที่มีชื่อเสียงหลายท่านแนะนำการเปลี่ยนซองกระสุนก่อนที่กระสุนจะหมดแม็กกาซีน เรียกว่า Tactical Reload หรือ Reload with Retention การเปลี่ยนซองกระสุนแบบนี้ทำให้เรามีกระสุนพร้อมใช้งานมากที่สุดเท่าที่จะทำได้ โดยยังมีกระสุนเหลืออยู่ในซองกระสุนซึ่งเราเปลี่ยนออกมาจากปืนเก็บไว้กับตัวอีกด้วย

Tactical Reload มีหลายวิธีทั้งปืนสั้นกึ่งอัตโนมัติและปืนลูกโม่ (อ่านเพิ่มเติมได้จากบทความเรื่อง Tactical reload for a pistol วันที่ 27 Oct 2011) Tactical Reload ควรทำขณะที่เราหลบอยู่หลังที่กำบังซึ่งปลอดภัยหรืออยู่ในช่วงที่ตัวเราปลอดภัย ไม่แนะนำเปลี่ยนซองกระสุนแบบนี้ในช่วงที่กำลังทำการยิงต่อสู้กันอย่างดุเดือด

ถึงแม้ว่าจากการศึกษาในช่วงสิบกว่าปีที่ผ่านมาพบว่าการยิงปืนต่อสู้ในสถานการณ์จริง (ไม่ใช่ในภาวะสงคราม) การยิงปืนต่อสู้มักจบลงอย่างรวดเร็วและวงกระสุนที่ใช้มักไม่เกิน 4 นัด แต่กระนั้นก็ไม่มีการยืนยันจำนวนกระสุนที่ใช้ว่าจะเป็นเช่นนี้ทุกครั้ง ดังนั้นสำหรับนาย Dave Spaulding แล้ว คิดว่าการใช้ Tactical Reload มีประโยชน์อย่างมาก และควรแก่การฝึกฝนอย่างยิ่ง

เทคนิกการบริหารกระสุนขณะทำการยิงต่อสู้ถือเป็นสิ่งสำคัญ ไม่ว่าจะเป็น Emergency Reload และ Tactical Reload เราสามารถฝึกฝนได้บ่อยๆที่บ้านเพื่อให้เกิดทักษะความชำนาญโดยใช้กระสุนปลอม หรือ Dummy bullets เพื่อความปลอดภัย อีกทั้งเราควรมีกระสุนสำรองอยู่จำนวนหนึ่งพร้อมใช้งานได้ตลอดเวลา

สุดท้ายนี้ทุกครั้งที่จับปืนขอให้มี “สติ”

                                                                                                เรียบเรียงโดย Batman
                                                                        อ้างอิงเนื้อหาบางส่วนจากบทความเรื่อง Reloading Under Fire ของ Dave Spaulding

Newcastle limousines